ภูเก็ต ทัวร์ภูเก็ต เที่ยวภูเก็ต
ภูเก็ต เที่ยวภูเก็ต
ทะเบียนผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 33/2588 :: ชื่อจดทะเบียน " โฮมมีเดีย ทราเวล" ทะเบียนพาณิชย์อิเล็คทอนิคเลขที่ 0837314803032




ภูเก็ต
ทัวร์ภูเก็ต แพ็คเกจ
ทัวร์ทะเล วันเดียวกลับ
ทัวร์ภูเก็ต เกี่ยวกับเรา
เที่ยวภูเก็ต ติดต่อเรา
จองทัวร์
ชำระเงินทัวร์
ผังเว็บไซต
ข้อมูลภูเก็ต
ประเพณี วัฒนธรรม ภูเก็ต
ประวัติ เรื่องราว บุคคลสำคัญ
สถานที่ ท่องเที่ยวภูเก็ต
ข้อมูล อาหาร พื้นบ้าน ภูเก็ต
ข้อมูล ของฝาก ภูเก็ต
เลือกซื้อ ชิมอาหาร ของฝาก ภูเก็ต
ข้อมูล ตำบล ภูเก็ต
ภูเก็ต วันนี้
สาระน่ารู้ น่าสนใจ
ตำนาน เล่าขาน
รูปภาพ ภูเก็ต

ทัวร์ ภูเก็ต

ภูเก็ต » » » เรื่องเล่า ตำนาน " ตักบาตรดอกไม้ "

ตักบาตรดอกไม้
ตามพุทธตำนานกล่าวไว้ถึงความเชื่อและประวัติความเป็นมาของประเพณีการตักบาตรดอกไม้ไว้ว่า

มีเมืองหนึ่งชื่อเมืองราชคฤห์ มีพระเจ้าพิมพิสารราชา เป็นเจ้าแผ่นดินครอบครองเมืองราชคฤห์นี้อยู่ ปกติแล้วพระเจ้าพิมพิสารต้องได้รับดอกมะลิสดจากนางสุมนะมาลาการ หรือนายมาลาการเป็นประจำ วันละ 8 กำมือ เมื่อพระเจ้าพิมพิสารได้รับดอกมะลิสดจากนายมาลาการแล้ว พระเจ้าพิมพิสารจะมอบบำเหน็จรางวัล เงินข้าวของสิ่งมีค่า ให้แก่นายมาลาการทุกวัน แต่อยู่มาวันหนึ่งขณะที่นายมาลาการออกจากบ้านพัก กำลังไปหาเก็บดอกมะลิอยู่ในสวน ได้พบเห็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์อีกจำนวนหนึ่ง กำลังเสด็จออกบิณฑบาตผ่านมา และขณะเดียวกันนั้นสายตาทั้งคู่ของนายมาลาการก็พลันเห็นแสงฉายประกายอยู่วับ ๆ แวว ๆ อยู่รอบ ๆ พระวรกาย ถึง 6 สี เมื่อนายมาลาการเห็นเข้าเช่นนั้น ก็ให้นึกศรัทธาขึ้นมาทันที กระหายใคร่อยากจะหาสิ่งหนึ่งสิ่งใดนำเอาเข้าถวายหรือตักบาตรแด่พระพุทธองค์เพื่อให้สมใจที่ได้นึกศรัทธาอยู่ขณะนั้น ครั้งจะนำข้าวปลาอาหาร เช้าตักบาตรหรือก็ไม่รู้จะเอาที่ไหนในขณะนั้น เพราะมิได้นำเอาติดตัวมาเลย

ครั้งจะเอาดอกมะลิที่เก็บมาได้ทั้งหมด 8 กำมือถวายแด่พระพุทธองค์ก็เกรงว่าจะไม่มีนำไปถวายพระเจ้าพิมพิสาร เป็นการขัดต่อหน้าที่แล้วพระเจ้าพิมพิสารอาจจะรับสั่งลงโทษได้ ทำให้นายมาลาการคิดอัดอั้นตันใจอยู่ไปมา ผลสุดท้ายด้วยแรงดันที่เกิดจากพลังศรัทธาต่อพระพุทธองค์ นายมาลาการตัดสินใจเด็ดเดี่ยวคว้ากระเช้าดอกมะลิขึ้นมาแล้วตั้งจิตอธิษฐาน

“เราจะนำดอกไม้ทั้ง 8 กำมือนี้ ถวายบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้นว่าพระเจ้าพิมพิสารมิได้รับดอกมะลิเหล่านี้ จะสั่งจองจำ จะรับสั่งให้ประหารชีวิต หรือจะพึงขับใสไล่ส่งให้ออกจากแว่นแคว้นก็ตามที เราขอรับโทษทัณฑ์ เพราะเราถือว่าพระราชานั้น ถึงแม้จะพระราชทานสิ่งของ มีค่าบำเหน็จรางวัลให้แก่เราเป็นประจำทุกวันนั้นก็ตามที แต่ก็เป็นเพียงเลี้ยงชีวิตในอัตภาพนี้เท่านั้น แต่การนำเอาดอกไม้ถวายบูชาแด่พระศาสดานี้ พอจะให้ประโยชน์สุขได้ทั้งภพนี้ และภพหน้า ดังนั้นจึงยอมบริจาคแม้ชีวิตเพื่อพระตถาครปสนนจิตต...”

เมื่อกลับบ้าน ภรรยาบอกว่าทำไมไม่มีดอกมะลิ นายมาลาการก็บอกว่าถวายพระพุทธเจ้าไปหมดแล้ว ภรรยาก็บอกว่าแบบนี้ต้องถูกพระเจ้าพิมพิสารประหารชีวิต และด้วยกลัวความผิดนางจึงหนีไป แต่นายมาลาการตัดสินใจไปกราบเรียนพระเจ้าพิมพิสารว่า นำดอกมะลิถวายพระพุทธเจ้าไปหมดแล้วจะตัดสินประหารชีวิตก็ยอม แต่ที่สุดพระเจ้าพิมพิสารบอกว่าทำถูกแล้ว เพราะเราเองก็ศรัทธาพระพุทธเจ้าอยู่ และยังพระราชทานสิ่งของทั้งปวงอย่างละ 8 อย่าง คือช้าง 8 เชือก ม้า 8 ตัว ทาส 8 คน เครื่องประดับชุดใหญ่ 8 เครื่อง กหาปณะ 8 พัน นารี 8 นาง และบ้านสวย 8 หลัง

นับแต่นั้นมาชีวิตของนายมาลาการก็อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขปราศจากทุกข์ใด ๆ ด้วยอานิสงส์ของการนำดอกมะลิหว่านบูชาพระพุทธเจ้าแทนการตักบาตร ด้วยอานิสงส์ดังกล่าว ชาวพระพุทธบาทและพุทธศาสนิกชนทั่ว ๆ ไป จึงถือเอาพุทธตำนานมาใช้เป็นประเพณีตักบาตรดอกไม้เป็นประจำทุก ๆ ปีตลอดมาถึงทุกวันนี้

   
© 2006 - 2008 Power by Homemediatravel