เทศน์มหาชาติ ... ประเพณีมีคุณค่าที่ต้องสืบทอด
เทศน์มหาชาติ เป็นประเพณีที่นิยมทำหลังวันออกพรรษาและพ้นหน้ากฐินไปแล้วจนตลอดฤดูหนาว ส่วนใหญ่นิยมทำกันในวันขึ้น 8 ค่ำหรือ วันแรม 8 ค่ำกลางเดือน 12 . . .
ในบางท้องที่อาจนิยมทำกันในเดือน 5 เดือน 6 และเดือน 10 การเทศน์มหาชาติ เป็นการเทศนาที่กล่าวถึง มหาบารมีที่พระพุทธเจ้าได้บำเพ็ญ ตอนเป็นพระเวสสันดร มีทั้งหมด 13 กัณฑ์ รวม 1,000 คาถา การเทศน์มหาชาติเป็นการเทศน์ที่น่าฟังมาก เพราะ ถ้อยคำที่เป็นทำนองคล้องจองกัน และความไพเราะของปี่พาทย์ ที่บรรเลงประจำกัณฑ์ เป็นบุญพิธีที่นิยมกันทุกภาคของประเทศไทย
มหาชาติ คือ เรื่องเวสสันดรชาดก หรือ มหาเวสสันดรชาดก ที่มีความสำคัญกว่าชาดกเรื่องอื่นๆ เพราะปรากฏพระบารมีของพระโพธิสัตว์ที่เสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดรครบถ้วนทั้ง 10 ประการ คือ เนกขัม วิริยะ เมตตา อธิฐาน ปัญญา ศีล ขันติ อุเบกขา สัจจะ ทาน และก่อนนั้น พระพุทธองค์ได้เสวยพระชาติมาแล้ว 10 พระชาติ ซึ่งมีชื่อย่อดังนี้ เต ช สุ เน ม ภู จ นา วิ เว จึงเรียกว่า มหาชาติ หรือมหาชาตก์ ซึ่งหมายถึง ชาดก เรื่องยิ่งใหญ่ การที่เรียกเวสสันดรชาดกว่า มหาชาติ นั้น น่าจะมีเฉพาะในหมู่พุทธศาสนิกชนชาวไทย และไม่เรียกชาดกเรื่องอื่นๆ ว่ามหาชาติ ชาดกเรื่องต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเวสสันดรชาดกที่เน้นการบำเพ็ญทานบารมีของพระโพธิสัตว์ เป็นที่รู้จักในดินแดนลุ่มน้ำเจ้าพระยามาตั้งแต่สมัยทวาราวดีแล้ว เพราะสังคมทวาราวดีมีค่านิยมในเรื่องการสร้างสมบุญญาบารมี
ตามประวัติศาสตร์ การเทศน์มหาชาติสันนิษฐานว่าน่าจะมีมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย แต่ไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง และมีการแปลเป็นภาษาไทยมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย การเทศน์จะเทศน์เป็นภาษาบาลีเรียกว่าเทศน์ คาถาพัน ถ้าเทศน์ให้จบทั้ง 13 กัณฑ์ในวันเดียวได้ ถือว่าได้ผลานิสงส์มาก และเป็นศิริมงคลสูงสุด ต่อมามีการแต่งเรื่องมหาชาติขั้นใหม่ในสมัยอยุธยา สมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถ เรียกว่า มหาชาติคำหลวง โดยกรุงศรีอยุธยารับธรรมเนียมการอ่านเวสสันดรชาดกมาจากล้านนาที่พระเจ้าติโลกราชจัดให้มีขึ้น เพื่อให้สัป-บุรุษ (คนดี ฆราวาสผู้มีศรัทธาในศาสนา) ให้อุบาสกอุบาสิกาฟังในโอกาสทำบุญให้ทานในวันเทศกาลเข้าพรรษา
เทศมหาชาติทั้ง 13 กัณฑ์ ได้แก่
1. กัณฑ์ทศพร พระนางผุสดีขอพระอินทร์ 10 ประการ
2. กัณฑ์หิมพานต์ พระเวสสันดรบริจาคช้างปัจจัยนาเคนทร์
3. กัณฑ์ทานกัณฑ์ พระเวสสันดรบริจาคสัตตสดกมหาทาน
4. กัณฑ์วนปเวศน์ พระเวสสันดรและครอบครัวเดินชมป่า
5. กัณฑ์ชูชก นางอมิตตดาบอกชูชกให้ไปทูลขอกัณหาและชาลี
6. กัณฑ์จุลพน ชูชกหลอกพรานเจตบุตร
7. กัณฑ์มหาพน ชูชกหลอกพระอัจจุฤาษี
8. กัณฑ์กุมาร ชูชกขอกัณหาและชาลีต่อพระเวสสันดร
9. กัณฑ์มัทรี พระอินทร์ถ่วงเวลาพระนางมัทรีไม่ให้ไปทันเวลา
10. กัณฑ์สักกบรรพ พระเวสสันดรบริจาคพระนางมัทรี
11. กัณฑ์มหาราช ชูชกนอนอย่างสบายใจเพราะคิดว่ามีทาสรับใช้แล้ว
12. กัณฑ์ฉกษัตริย์ กษัตริย์ 6 พระองค์พบกันดีใจและร้องไห้จนสลบ พระอินทร์บันดาลฝนโบกขรพรรษให้ตก
13. กัณฑ์นครกัณฑ์ พระเวสสันดรและครอบครัวเสด็จกลับนคร
การเทศน์มหาชาติ เริ่มต้นด้วยในตอนเช้า ทำพิธีทำบุญตักบาตรพระทั้งวัด หรือเลี้ยงพระตามจำนวนที่เห็นสมควร แล้วเริ่มเทศน์เวสสันดรชาดกต่อกันไปจนสุด 13 กัณฑ์ บางแห่งจัดปี่พาทย์ประโคมระหว่างกัณฑ์ตลอดทั้ง 13 กัณฑ์ด้วย บางแห่งวันรุ่งขึ้น ทำบุญเลี้ยงพระอีก แล้วมีเทศน์จตุราริยสัจจกถาในระหว่างเพลจบแล้วเลี้ยงพระเพลเป็นอันเสร็จพิธี มีหลักในการจัดพิธี ดังนี้
1. ตกแต่งบริเวณพิธีให้มีบรรยากาศคล้ายอยู่ในบริเวณป่า ตามท้องเรื่องเวสสันดรชาดก โดยนำเอาต้นกล้วย ต้นอ้อย และกิ่งไม้มาผูกตามเสา และบริเวณรอบๆ ธรรมาสน์
2. ตั้งขันสาครใหญ่ ใส่น้ำสะอาดเต็ม สำหรับปักเทียนบูชาประจำกัณฑ์ในระหว่างที่พระเทศน์ ตั้งไว้หน้าธรรมาสน์ กลางบริเวณพิธี น้ำในภาชนะที่ตั้งนี้เสร็จพิธีแล้วถือว่าเป็นน้ำพระพุทธมนต์ที่สำคัญ
3. เตรียมเทียนเล็กๆ จำนวน 1,000 เล่ม แล้วนับแยกเป็นมัด มัดหนึ่งมีจำนวนเท่าคาถาของกัณฑ์หนึ่ง เมื่อถึงตอนเทศน์กัณฑ์นั้นก็จะเอาเทียนมัดนั้นออกจุดบูชาติดรอบๆ ขันน้ำ
การเทศน์มหาชาติ นั้นสอนให้คนรู้จักทำความดี ประกอบกรรมดี รู้จักการบำเพ็ญบุญ บริจาคทาน สละทรัพย์เพื่อสาธารณ ประโยชน์เป็นการลดความตระหนี่ในใจ ลดความเห็นแก่ตัว หรือการทำใจไม่ยึดติดกับสิ่งที่เป็น รูป รส กลิ่น เสียง ที่เป็นอนิจจัง เพราะเวลาตายไปแล้วไม่มีใครเอาเงินทองไปได้ มีแต่ความดีและความชั่วเท่านั้นที่สามารถเอาไปได้ในภพหน้านั่นเอง
|