ท่องเที่ยวภูเก็ต เดินชมเมืองถนนตึกเก่า
"ภูเก็ต" นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติทางทะเลแล้ว ยังมีสิ่งที่น่าสนใจในการท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่ง คือการเดินชมภายในตัวเมืองภูเก็ต สถานที่อาคาร วัด ศาลเจ้า ต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ภายในตัวเมืองภูเก็ต
เนื่องจากภูเก็ตมีความรุ่งเรืองมาแต่ในอดีต จึงมีการร่องรอยความเจริญที่ยังคงหลงเหลืออยู่ โดยเฉพาะอาคารที่อยู่อาศัย ในตัวเมืองภูเก็ต จะเป็นแบบ " ชิโนโปรตุกีส " ซึ่งสามารถหาชมได้ไม่อยากในตัวเมือง
สำหรับเส้นทางเดินชมเมืองเก่าภูเก็ตนั้น มีระยะทางประมาณ 4.6 กิโลเมตร มีช่วงเส้นทางการเดินออกเป็น 6 ช่วงย่อยๆ ด้วยกัน
ช่วงที่ 1 ถนนภูเก็ต ถนนรัษฎา และถนนระนอง
เริ่มจากศูนย์รวมข่าวพรหมเทพ ซึ่งตั้งอยู่หัวมุมถ.พังงาตัดกับถ.ภูเก็ต เมื่อเดินลงมาตามทิศใต้ เลี้ยวขวาเข้าถ.รัษฎาไปจนถึงวงเวียนสุริยเดช และตรงไปตามถ.ระนอง ผ่านตลาด จนถึงบริษัทการบินไทยจำกัด(มหาชน) ซึ่งช่วงนี้จะได้พบกับตึกสวยงามมากมาย อาทิ ศูนย์รวมข่าวพรหมเทพ อาคารสีขาว 2 ชั้น ที่โดดเด่นด้วยหอนาฬิกาสูง 4 ชั้น มีหลังคาคล้ายรูปหมวกตำรวจสมัยก่อน ช่องประตูหน้าต่างแบ่งเป็นช่องโค้งมีเสาอิงแบ่งเป็นช่วง ประดับลายปูนปั้นบนยอดซุ้มโค้งสวยงาม และโรงแรมถาวร โรงแรมเก่าแก่ ที่เมื่อเข้าไปภายในโถงโรงแรม และส่วนคอฟฟี่ชอป จะได้รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับเมืองภูเก็ตผ่านนิทรรศการภาพถ่าย และมีเครื่องเรือน ตู้โทรศัพท์ เครื่องฉายภาพยนตร์ เครื่องแต่งกาย ข้าวของเครื่องใช้ของคนงานในเหมืองให้ได้ชมอีกด้วย
ช่วงที่ 2 ถนนพังงา ถนนภูเก็ต และถนนมนตรี
เริ่มต้นที่มุมถ.ระนองตัดกับถ.เยาวราช บริเวณวงเวียนสุริยเดช เดินไปตามถ.เยาวราช 70 ม. เลี้ยวขวาเข้าถนนพังงาจนถึงสี่แยกตัดกับถนนภูเก็ต ซึ่งช่วงนี้อาจเลี้ยวซ้ายตามถ.ภูเก็ต ข้ามไปสี่แยกถ.มนตรีแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถ.มนตรี เส้นทางช่วงนี้เป็นเส้นที่มีตึกแถวเก่า ศาลเจ้าเก่า อาคารสาธารณะ อาคารราชการ ซึ่งแต่ละที่ล้วนแล้วแต่มีสถาปัตกรรมสไตล์ชิโนโปรตุกีสที่งดงาม อย่างที่อาคารธนาคารนครหลวงไทย สาขาภูเก็ต (ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดเดิม) ธนาคารแห่งแรกของไทยที่ดำเนินการในส่วนภูมิภาค อาคารหลังนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ก่อสร้างตรงตัวอาคารที่มีเสารับน้ำหนักที่มั่นคงแข็งแรง เสาชั้นล่างมีลวดลายหัวเสาเรียบง่ายคล้ายเสาแบบดอริก แต่บนหัวเสาตกแต่งเป็นรูปแบบก้นหอยคล้ายหัวเสาแบบไอโอนิค ช่วงคานเหนือเสา มีการใช้แท่งสี่เหลี่ยมเล็กๆ ประดับอันเป็นส่วนสำคัญของสถาปัตยกรรมยุคโรมันคลาสสิค ส่วนซุ้มโค้งครึ่งวงกลมมีการตกแต่งด้วยหินสลักรูปทรงอ่อนช้อยบริเวณยอดโค้ง
ช่วงที่ 3 ถนนถลาง
เป็นถนนสายประวิติศาสตร์อันเก่าแก่ ตรงช่วงนี้จะมีอาคารตึกแถวเก่าที่มีรูปแบบเดิมๆเกาะกลุ่มกันอยู่เป็นจำนวนมาก โดยมีจุดเด่นอยู่ตรงที่มีการเปิดช่องทางเดินเอาไว้เหมือนในอดีต ซึ่งเส้นทางนี้เริ่มต้นจากสี่แยกถ.ถลางตัดกับถ.ภูเก็ตไปจนสุดสี่แยกตัดกับถ.เยาวราช มีตึกแถวกว่า 151 คูหา โดยมีตึกแถวที่น่าสนใจตรงช่วงตึกแถวบ้านเลขที่ 107 ถึง 129 ที่ตัวตึกมีรูปแบบการตกแต่งช่องหน้าต่างโค้งตามแบบสถาปัตยกรรมยุคนีโอคลาสสิค มีลวดลายที่ดงามเน้นธรรมชาติ เถาไม้ ใบไม้ และรูปสัตว์ และก็มีตึกแถวตรงฝั่งเลขคู่ช่วงปลายถนน ซึ่งตึกแถวบริเวณนี้มีลักษณะเด่นอยู่ที่ประตูด้านหน้าเป็นแบบบานเฟี้ยมไม้เก่าแก่ ช่วงเสาจะกว้างเท่ากับตึก 2 คูหารวมกัน มีการนำศิลปะการเจาะช่องหน้าต่าง และลวดลายปูนปั้นแบบอาร์ตเดโคมาใช้ได้อย่างกลมกลืนและสวยงาม
ช่วงที่ 4 ถนนกระบี่ และถนนสตูล
เริ่มจากถ.กระบี่บริเวณแยกถ.เยาวราช เดินไปทางตะวันตกจนถึงสามแยกตัดกับถ.สตูล เดินตรงไปถึงบ้านคุณประชา ตัณฑวณิช ย้อนกลับมาจนถึงสามแยกตัดกับถ.ดีบุก เส้นทางสายนี้มีอาคารเก่าที่ชวนชม อย่างอาคารโรงเรียนภูเก็ตไทยหัว เป็นตึก 2 ชั้น ชั้นล่างมีซุ้มโค้งเตี้ยขนาดใหญ่ 3 ซุ้ม มีเสากลมรับโค้ง หัวเสาประดับด้วยลายบัวแบบกึ่งไอโอนิค และคอรินเธียน ผนังอาคารเซาะร่องขนาดใหญ่ เรียกว่า Rustication ชั้นบนมีซุ้มหน้าต่าง 3 ซุ้ม มีช่องหน้าต่าง 2 ช่อง กรอบหน้าต่างด้านบนเป็นจั่วโรมัน บานหน้าต่างไม้สี่เหลี่ยม มีลวดลายเรขาคณิต เหนือซุ้มช่วงกลางมีหน้าจั่วปูนปั้นรูปค้างคาว และช่วงถนนนี้ยังมีร้านอาหารท้องถิ่นจำนวนมาก เพื่อว่าเดินไปแล้วหิวก็แวะเช้าไปชิมกันได้ ไม่ว่าจะเป็นร้านสุนทรโอชาขายข้าวต้มและอาหารพื้นเมือง ร้านขนมจีนป้ามัย ร้านหมี่แป๊ะแถว
ช่วงที่ 5 อยู่ตรงถนนดีบุก ถนนเยาวราช ตรอกสุ่นอุทิศ และซอยรมณีย์
ช่วงนี้เริ่มจากแยกถ.ดีบุกตัดกับถ.สตูล เดินตามถ.ดีบุกจนถึงสี่แยกตัดกับถ.เยาวราช พอเลี้ยวขวาเข้าถ.เยาวราชจะได้สัมผัสกับบรรยากาศตึกเก่าและแวะลิ้มรสอาหารอร่อยในตรอกสุ่นอุทิศ แล้วย้อนกลับมาสี่แยกเลี้ยวเข้าถ.ดีบุกอีกช่วงหนึ่งจะเข้าสู่ซอยรมณีย์ การเดินชมเมืองในช่วงนี้จะได้สัมผัสกับความหลากหลายของตึกชิโนโปรตุกีสที่หาดูได้ยาก อย่างที่บ้านหลวงอำนาจนรารักษ์ เป็นบ้านที่มีความงดงามโดดเด่นอยู่ที่ลายปูนปั้นตั้งแต่หัวเสาแบบคอมโพสิต และช่วงคานเหนือเสา เป็นศิลปะแบบกรีกยุคคลาสสิคผสานกับปูนปั้นลายค้างคาว ลายหงส์ ลายเมฆ รวมทั้งลายใบไม้ และผลไม้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์มงคลของคนจีน
ช่วงที่ 6 ถนนกระษัตรี
ช่วงนี้เป็นช่วงต่อจากเส้นทางเดินที่ซ.รมณีย์ เลี้ยวซ้ายทะลุออกถ.ถลาง เมี่อถึงสี่แยกเลี้ยวซ้ายเดินตามถ.เทพกระษัตรีพอถึงแยกตัดกับถ.ดีบุก อาจแวะชมบ้านเก่าแล้วย้อนออกมาตามถ.เทพกระษัตรีอีกครั้งจนไปสิ้นสุดเส้นทางที่คฤหาสน์ตระกูลหงส์หยก หรือบ้านหลวงอนุภาษภูเก็ตการ ซึ่งเป็นบ้านที่สร้างในสมัยร. 7 ด้านหน้าอาคารเป็นรูปโค้งครึ่งวงกลมขนาดใหญ่ที่รถยนต์เข้าไปจอดเทียบได้ ชั้นล่างเป็นซุ้มโค้งเตี้ย 3โค้ง หัวเสาจะเป็นแบบดอริก ผนังเซาะเป็นร่องลึกคล้ายแนวหินก่อ ชั้นบนเป็นระเบียง มีลูกกรงปูนปั้นประดับ หลังคาทรงปั้นหยา ด้านปีกซ้ายมีช่องแสงเป็นรูปโค้งครึ่งวงกลม ประดับด้วยบานเกล็ดไม้ ด้านปีกขวาตกแต่งช่องแสงด้วยกระจกสีต่างๆ กรุในกรอบสี่เหลี่ยมมีรูปวงกลมอยู่ข้างใน นับว่าเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่ที่งดงามทางด้านสถาปัตยกรรมเป็นอย่างมาก
เรียกว่าหากว่านักท่องเที่ยวที่มีโอกาสเดินทางมาเที่ยวภูเก็ต ย่านเก่าในเมืองภูเก็ตถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
|